NamAoi.com >> Main Page >> ความรู้ >> ข้อมูลเฟินหูช้างไทย Platycerium holttumii

New topic Reply

ข้อมูลเฟินหูช้างไทย Platycerium holttumii
เจ้าของ: ข้อความ:
Iconโพสต์เมื่อ: 03/11/2008 ที่ 22:34 Quote Edit Report Get ip
NamAoi
ผู้ดูแลระบบ

StarStarStarStarStarStarStarStarStar



โพสต์: 412
สมัคร: 20/10/2008

ข้อมูลเฟินหูช้างไทย Platycerium holttumii

Platycerium holttumii Jonch. & Hennipman
ชื่ออื่น : กระเช้าสีดา, ข้าวห่อพญาอินทร์ (นนทบุรี) กระเช้าสีดา (อีสาน) สไบสีดา (เลย) ชายผ้าสีดา-หูช้าง* (* ชื่อทางการค้า ใน กทม. ตั้งกันเอง)
กระเช้าสีดา P. holttumii (ฮอล-ตัม-มิ-อิ) ตั้งชือให้เป็นเกียรติกับ Dr. R. E. Holttum แห่ง Kew Garden ที่ประเทศอังกฤษ ผู้ที่ทำการสำรวจและเขียนหนังสือ "A RevisedFlora of ,alaya, Vol. 2, Ferns" และมีงานค้นคว้ามากมายเกี่ยวกับเรื่องเฟิน
กระเช้าสีดา มีถิ่นกำเนิดในไทย ลาว และเวียดนาม พบทั่วไปทั่วทุกภาคของบ้านเรา แต่พบมากทางภาคเหนือและอีสาน เป็นเฟินชายผ้าสีดาขนาดใหญ่ มักพบอาศัยอยู่ตามคาคบไม้ขนาดใหญ่ระดับสูง 7-10 ม. จากพื้นดิน ในป่าดิบแล้งเฟินชนิดนี้ ผู้คนในเมืองจำนวนมาก โดยเฉพาะใน กทม. นิยมหามาปลูกเลี้ยงกันมาก นิยมปลูกเลี้ยงติดไว้บนต้นไม้ ทำให้ดูเหมือนป่าธรรมชาติ ได้ใกล้ชิดธรรมชาติ แต่ส่วนมาก หรือเกือบทั้งหมดก็ว่าได้กระเช้าสีดาที่หามาปลูกกันนั้น เป็นต้นที่เก็บจากป่าธรรมชาติ ที่ชาวบ้านเข้าไปเก็บเอาออกมาขาย และด้วยความนิยอย่างมแพร่หลายมากนี้เอง ทำให้กระเช้าสีดามีโอกาส สูญพันธุ์จากป่าธรรมชาติ เพราะ เก็บออกมาตั้งแต่ต้นเล็กกว่าฝ่ามือ ไปจนถึงขนาดใหญ่ถึง 2 ม. ก็มี ประกอบกัน เฟินชนิดนี้ เจริญเติบโตช้ามาก ขนาดต้นกว้างเท่าฝ่ามือ 10 ซ.ม. อายุก็ราว 3 ปีเข้าไปแล้ว และกว่าจะโตได้ขนาดต้นสัก 50 -60 ซ.ม. ยิ่งต้องใช้ระยะเวลานานหลายปี

ลักษณะทั่วไป : ทั่วทั้งต้นสีเขียวปนน้ำเงิน มีขนนวลขาวปกคลุมทั่ว ใบแข็งหนาเป็นมัน เหมือนหนัง ลำต้นเป็นแท่งเหง้าแบบแท่งดินสอ ฝังตัวอยู่ในระบบรากและใบกาบห่อหุ้ม โผล่ออกมาแต่ตายอด ที่ยอดเหง้าปกคลุมแน่นด้วยเกล็ดยาว รูปขอบขนาน ปลายสอบแหลม เกล็ดมีขนาดใหญ่ได้ถึง 15 x 1.5 ม.ม. ขอบเกล็ดหยักเป็นซี่ฟันที่ยอดเหง้า เป็นส่วนที่สำคัญที่สุด หากยอดเหง้าถูกทำลาย อาจทำให้ต้นตายได้ เพราะกระเช้าสีดาไม่แตกหน่อใหม่ที่ปลายราก แบบชายผ้าสีดาบางชนิด

การปลูก : ปลูกเลี้ยงและดูแลง่าย เจริญเติบโตได้ตลอดปี หากได้รับความชื้นสม่ำเสมอตลอดและอุณหภูมิไม่ต่ำจนถึงหนาวเย็น การปลูก เหมาะปลูกติดกับลำต้นหรือกิ่งไม้ใหญ่ๆ ต้นไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ หรือปลูกติดตอไม้ ชอบแสงแดดรำไรถึงแสงแแดมาก มีความชุ่มชื้นในอากาศสูง ไม่ควรรดน้ำเข้าไปที่นะบบรากมากๆ จะทำให้ต้นเน่าง่าย ควรเว้นช่วงระยะให้รากแห้งบ้าง โดยเฉพาะหน้าฝน หากฝนชุก จึงควรปลูกเลี้ยงให้ได้แสงแดดอย่างน้อยครึ่งวัน เพื่อให้แดดช่วยทำให้น้ำระเหยไปได้เร็ว

การขยายพันธุ์ : กระเช้าสีดา เป็นต้นเดี่ยว ไม่แตกหน่อต้นใหม่ การขยายพันธุ์จำเป็นต้องอาศัยงอกจากสปอร์ใหม่เสมอสำหรับการเพาะสปอร์ ต้องใช้ระยะเวลานานพอสมควร กว่าจะได้ต้นขนาดสัก 1-2 นิ้ว อาจจะต้องใช้เวลามากกว่า 1-2 ปี และเมื่ออายุต้นเข้าปีที่ 3 ต้นจะเติบโตเร็วมาก ใบกาบใหม่



รูปที่ถูกแนบ:

Attached image
กลับด้านบน Profile Email PM
โพสต์เมื่อ: 12/11/2008 ที่ 22:34 Quote Edit Report Get ip
ผู้เยี่ยมชม
ผู้ใช้นิรนาม








ตัวนี้เสน่ห์ไทยแท้  ไม่มีวันจาง สวยยังไงก็ยังงั้น จริงปะ

 

เอฟ

กลับด้านบน
โพสต์เมื่อ: 13/11/2008 ที่ 00:15 Quote Edit Report Get ip
ผู้เยี่ยมชม
ผู้ใช้นิรนาม







จริงค่ะ

ชอบรูปนี้มากเลยค่ะ ดูเค้ามีลีลาอ่อนช้อยแต่ก็สง่างามมากค่ะ (รูปยืมเขามาเหมือนกัน)
กลับด้านบน
โพสต์เมื่อ: 26/11/2009 ที่ 09:20 Quote Edit Report Get ip
NamAoi
ผู้ดูแลระบบ

StarStarStarStarStarStarStarStarStar



โพสต์: 412
สมัคร: 20/10/2008

หูช้างที่บ้านค่ะ

ได้ฝนกระหน่ำลงมา แปปเดียวชายออกใหญ่สวยงามเลยค่ะ


รูปที่ถูกแนบ:

Attached image
กลับด้านบน Profile Email PM


New topic Reply

Topic Options

หน้านี้ถูกโหลดใน: 0.17922 | คิวรี่: 14

Aoi